สินค้าทั้งหมด / คู่มือช่าง
เสียงตู๊ดที่ดังไม่หยุดตอนตีสองมักจบลงที่คนกด Silence แล้วปล่อยไว้ ซึ่งแปลว่าระบบเดินต่อโดยมีอะไรบางอย่างเสียอยู่ หน้านี้ช่วยแปลว่าตู้กำลังบอกอะไร และควรเริ่มไล่จากตรงไหน
| รุ่น | ทำหน้าที่อะไร | สเปกสำคัญ |
|---|---|---|
| ISO-X | ช่วยจำกัดขอบเขตเวลาเกิดไฟช็อตบนลูป | หน้าที่: ป้องกัน short circuit บน SLC loop |
| FSP-5UDE | ตู้ Conventional 5 โซน ตัวอย่างระบบขนาดเล็ก | โซน: 5 zone · เหมาะกับ: อาคารขนาดเล็ก-กลาง |
คลิกที่รหัสรุ่นเพื่อดูสเปกเต็มและขอใบเสนอราคา หรือสอบถามผ่าน LINE / โทร 061-464-6899
สิ่งแรกที่ควรทำก่อนจับไขควงคือ จดสิ่งที่ตู้แสดงไว้ให้ครบ — ทั้งข้อความ โซนหรือแอดเดรส และเวลาที่เกิด เพราะบางอาการหายไปเองแล้วกลับมาเป็นช่วง ๆ ถ้าไม่จดไว้จะไล่ไม่เจอ
ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเล็กกว่านั้น: EOL หลุดหรือถูกถอดตอนทดสอบแล้วลืมใส่คืน ขั้วต่อคลายเพราะขันไม่แน่นหรือสั่นสะเทือน หรือหัว detector ไม่ล็อกกับฐาน
ไล่จากอุปกรณ์ตัวสุดท้ายย้อนกลับมาหาตู้จะเร็วที่สุด เพราะ EOL อยู่ปลายสุดอยู่แล้ว
เกิดจากสายเสียดสีกับท่อหรือรางจนฉนวนถลอก น้ำเข้ากล่องต่อสาย หรือปลายสายที่ตัดทิ้งไปแตะโครงสร้าง
วิธีไล่ที่ตรงที่สุดคือ ปลดวงจรออกทีละเส้นจนอาการหาย เส้นสุดท้ายที่ปลดคือเส้นที่มีปัญหา แล้วค่อยแบ่งครึ่งไล่ต่อในเส้นนั้น
เจอบ่อยที่สุดสองสาเหตุ: ตั้งแอดเดรสซ้ำกัน กับ หัวไม่ได้ล็อกเข้ากับฐาน หลังทำความสะอาด
อย่ากด Silence แล้วจบ — Silence แค่หยุดเสียง ความผิดปกติยังอยู่และระบบยังไม่ครบสมบูรณ์ ต้องแก้จนตู้กลับสู่สถานะ Normal ได้เอง ถ้าปล่อยไว้ วันที่เกิดเหตุจริงจะไม่มีใครรู้ว่าตู้ตัวไหนเชื่อถือได้
ทั้งสองอาการนี้ต่อเนื่องกัน — AC Fail ที่ปล่อยไว้นานจะกลายเป็น Low Battery แล้วสุดท้ายระบบจะดับทั้งตู้ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่แย่ที่สุด
ถ้าเปลี่ยนแบตแล้วยังขึ้น Low Battery: ให้สงสัยวงจรชาร์จของตู้ ไม่ใช่แบตก้อนใหม่ — และตรวจว่าความจุที่ใส่ตรงกับที่ระบบต้องการจริงไหม หลายครั้งคนเปลี่ยนแบตโดยดูแค่ขนาดกล่องให้พอดีช่อง
แปลว่าระบบตรวจพบความผิดปกติของตัวเองที่ทำให้ทำงานได้ไม่ครบสมบูรณ์ เช่นสายขาด ไฟหลักดับ หรืออุปกรณ์ไม่ตอบ ไม่ใช่การแจ้งเหตุเพลิงไหม้ แต่ต้องแก้ เพราะระหว่างที่ Trouble ค้างอยู่ ส่วนนั้นของระบบอาจใช้งานไม่ได้จริง
ไม่ได้ Silence เพียงหยุดเสียงเตือนเท่านั้น ความผิดปกติยังอยู่และระบบยังไม่กลับสู่สภาพสมบูรณ์ ต้องแก้ต้นเหตุจนตู้กลับสู่สถานะ Normal ได้เอง
วิธีที่ตรงที่สุดคือปลดวงจรออกทีละเส้นจนอาการหายไป เส้นสุดท้ายที่ปลดคือเส้นที่มีปัญหา จากนั้นแบ่งครึ่งไล่ต่อในเส้นนั้นเพื่อจำกัดขอบเขต สาเหตุที่พบบ่อยคือสายเสียดสีกับท่อจนฉนวนถลอกหรือน้ำเข้ากล่องต่อสาย
ให้สงสัยวงจรชาร์จของตู้ และตรวจสอบว่าความจุแบตที่ใส่ตรงกับที่ระบบต้องการหรือไม่ เพราะหลายครั้งเลือกแบตโดยดูแค่ขนาดให้พอดีช่องโดยไม่ได้ดูความจุ
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือตั้งแอดเดรสซ้ำกันสองตัว และหัว detector ไม่ได้ล็อกเข้ากับฐานหลังถอดทำความสะอาด ควรเช็คสองอย่างนี้ก่อนสงสัยว่าอุปกรณ์เสีย