สินค้าทั้งหมด / คู่มือช่าง
ทั้งคู่คือโมดูล “สั่งงาน” บนสาย SLC เหมือนกัน แต่สิ่งที่ออกจากโมดูลไม่เหมือนกันเลย ตัวหนึ่งจ่ายไฟออกไปและเฝ้าดูสายให้ อีกตัวให้แค่หน้าสัมผัสเปล่า ๆ
| รุ่น | ทำหน้าที่อะไร | สเปกสำคัญ |
|---|---|---|
| FCM-1 | ขับวงจรแจ้งเตือน 24VDC พร้อมซุปเปอร์ไวส์สาย | แรงดันไฟ: 15-32VDC จาก SLC · หน้าที่: ควบคุมวงจร notification 24VDC |
| FRM-1 | หน้าสัมผัสรีเลย์แห้ง ไม่มีไฟออก ไม่ซุปเปอร์ไวส์ | หน้าที่: Relay dry-contact output · ที่อยู่: ตั้งด้วย rotary switch |
คลิกที่รหัสรุ่นเพื่อดูสเปกเต็มและขอใบเสนอราคา หรือสอบถามผ่าน LINE / โทร 061-464-6899
ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ต้องรู้ตัวได้ว่าสายไปยังอุปกรณ์แจ้งเตือนขาดหรือไม่ เพราะกระดิ่งที่สายขาดจะเงียบตอนไฟไหม้โดยไม่มีใครรู้มาก่อน FCM-1 จึงซุปเปอร์ไวส์วงจรที่มันขับให้ด้วย
FRM-1 ไม่ซุปเปอร์ไวส์อะไรเลย ซึ่งไม่ใช่ข้อเสีย เพราะปลายทางของมันคือระบบอื่นของอาคารที่มีการดูแลของตัวเองอยู่แล้ว แต่แปลว่าห้ามเอา FRM-1 ไปขับกระดิ่งหรือสโตรบ แม้จะต่อให้ทำงานได้ก็ตาม เพราะจะได้ระบบที่ไม่มีใครเฝ้าดูสายเส้นนั้น
กฎที่จำง่ายที่สุด:
ปลายทางเป็นของที่ “ดังหรือกระพริบ” เพื่อเตือนคน → FCM-1
ปลายทางเป็นเครื่องจักรหรือระบบอื่นของอาคาร → FRM-1
ทั้งหมดนี้ปลายทางมีไฟเลี้ยงของตัวเองอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องการจากระบบแจ้งเหตุคือแค่ “สัญญาณว่าเกิดเหตุ” ซึ่งหน้าสัมผัสแห้งทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุดเพราะแยกวงจรสองระบบออกจากกันสนิท
FCM-1 จ่ายไฟ 24VDC ออกไปขับอุปกรณ์แจ้งเตือนอย่างกระดิ่งและสโตรบ พร้อมซุปเปอร์ไวส์สายให้ตู้รู้เมื่อสายขาด ส่วน FRM-1 ให้แค่หน้าสัมผัสรีเลย์แห้งแบบ Form-C ไม่มีไฟออกและไม่ซุปเปอร์ไวส์สาย ใช้สั่งอุปกรณ์ภายนอกที่มีไฟเลี้ยงของตัวเอง
ไม่ควรทำ แม้ทางเทคนิคจะต่อให้ทำงานได้ เพราะ FRM-1 ไม่ซุปเปอร์ไวส์สายที่ออกไป ถ้าสายไปยังกระดิ่งขาด ระบบจะไม่รู้เลยและกระดิ่งจะเงียบตอนเกิดเหตุ อุปกรณ์แจ้งเตือนต้องใช้ FCM-1
ต้องมี เพราะ FCM-1 ทำหน้าที่สวิตช์ไฟจากแหล่งจ่าย NAC ภายนอกไปยังวงจรแจ้งเตือน ไม่ได้ผลิตไฟเอง การออกแบบจึงต้องคิดกำลังของแหล่งจ่ายให้พอกับอุปกรณ์แจ้งเตือนทั้งหมด
ใช้ FRM-1 เพราะปลายทางเป็นระบบปรับอากาศที่มีไฟเลี้ยงและตู้ควบคุมของตัวเองอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องการคือหน้าสัมผัสแห้งส่งสัญญาณไปให้ระบบนั้นสั่งหยุดเอง