สินค้าทั้งหมด / คู่มือช่าง
สองตัวนี้เป็นคู่ที่สั่งผิดกันมากที่สุดในตระกูลโมดูล Notifier หน้าตาใกล้เคียงกัน อยู่บนสาย SLC เหมือนกัน และในใบเสนอราคาก็อยู่ติดกัน แต่ความต่างข้อเดียวทำให้ใช้แทนกันไม่ได้เลย
| รุ่น | ทำหน้าที่อะไร | สเปกสำคัญ |
|---|---|---|
| FZM-1 | อ่านโซน Smoke Detector 2 สาย พร้อมจ่ายไฟให้วงจรปลายทาง | รองรับ: 2-wire 24V smoke detector · คลาส: Class A/B |
| FMM-1 | อ่านหน้าสัมผัสแห้ง ไม่จ่ายไฟให้ปลายทาง | คลาส: Class A/B · หน้าที่: Monitor module สำหรับ dry-contact |
คลิกที่รหัสรุ่นเพื่อดูสเปกเต็มและขอใบเสนอราคา หรือสอบถามผ่าน LINE / โทร 061-464-6899
ปลายทางต้องกินไฟหรือเปล่า — แค่นี้จริง ๆ
กรณีหลังคือที่เจอบ่อยที่สุด — เจ้าของอาคารเปลี่ยนตู้แต่ไม่อยากรื้อ detector ทั้งอาคาร FZM-1 ทำให้ดึงโซนเดิมทั้งโซนเข้ามาเป็นหนึ่งแอดเดรสบนระบบใหม่ได้
ทดสอบง่าย ๆ ก่อนสั่ง: ถามตัวเองว่า
“ถ้าถอดโมดูลออก อุปกรณ์ปลายทางยังทำงานได้ด้วยไฟของตัวเองไหม”
ได้ → เป็นหน้าสัมผัสแห้ง ใช้ FMM-1
ไม่ได้ เพราะต้องรอไฟจากโมดูล → ใช้ FZM-1
ที่ทำให้เสียเวลามากคืออาการมันไม่ได้ชัดเจนเสมอไป
ตอนสั่งของ บอกเรา 2 อย่างพอ: ปลายทางเป็นอุปกรณ์อะไร และตู้ที่ใช้อยู่รุ่นไหน — เท่านี้เราเช็คให้ได้ว่าควรเป็นตัวไหน และต้องเผื่อแหล่งจ่ายไฟเพิ่มหรือเปล่า
ใช้แทนกันไม่ได้ในกรณีที่ปลายทางเป็น smoke detector แบบ 2 สาย เพราะ FMM-1 ไม่จ่ายไฟให้วงจรปลายทาง detector จึงไม่ทำงาน ส่วนทิศทางกลับกันแม้อาจใช้งานได้แต่ก็สิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็น
ต้อง เพราะไฟที่ FZM-1 จ่ายให้วงจร detector มาจากแหล่งจ่ายภายนอกที่ต่อเข้าโมดูล ไม่ได้ดึงจากสาย SLC ตอนออกแบบจึงต้องคิดโหลดของแหล่งจ่ายเผื่อไว้ด้วย
ใช้ FMM-1 เพราะ waterflow switch เป็นหน้าสัมผัสแห้งที่เปิด-ปิดตามการไหลของน้ำ ไม่ต้องการไฟเลี้ยงจากโมดูล เช่นเดียวกับ tamper switch และ manual pull station แบบ conventional
ทำได้ด้วย FZM-1 โดยดึงโซน detector conventional เดิมทั้งโซนเข้ามาเป็นหนึ่งแอดเดรสบนระบบใหม่ เป็นวิธีที่ใช้กันบ่อยในงานปรับปรุงระบบเพื่อไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์ทั้งอาคาร