FMM-1 / FMM-101 / FDM-1 ต่างกันตรงไหน

สินค้าทั้งหมด  /  คู่มือช่าง

สามตัวนี้ทำหน้าที่เดียวกันคืออ่านหน้าสัมผัสแห้ง ความต่างอยู่ที่จำนวนวงจรที่อ่านได้ คลาสของวงจร และขนาดตัว ซึ่งพอเลือกถูกจะประหยัดทั้งกล่อง ค่าแรง และแอดเดรสบนลูป

ตารางเทียบทุกรุ่น

รุ่นทำหน้าที่อะไรสเปกสำคัญ
FMM-1 1 วงจร รองรับ Class A และ B ใช้ 1 แอดเดรส คลาส: Class A/B · หน้าที่: Monitor module สำหรับ dry-contact
FMM-101 1 วงจร Class B เท่านั้น ตัวเล็กพิเศษ ขนาด: 1.3x2.75x0.5 นิ้ว · คลาส: Class B only
FDM-1 2 วงจรแยกกัน Class B ใช้ 2 แอดเดรส หน้าที่: ตรวจสอบ 2 วงจร Class B แยก 2 address

คลิกที่รหัสรุ่นเพื่อดูสเปกเต็มและขอใบเสนอราคา หรือสอบถามผ่าน LINE / โทร 061-464-6899

เทียบให้เห็นพร้อมกัน

เทียบโมดูลอ่านค่า FMM-1, FMM-101 และ FDM-1 ตารางเทียบสามคอลัมน์ FMM-1 อ่านหนึ่งวงจรรองรับทั้ง Class A และ Class B ใช้หนึ่งแอดเดรส FMM-101 อ่านหนึ่งวงจรรองรับเฉพาะ Class B ตัวเล็กพิเศษ FDM-1 อ่านสองวงจรแยกกันแบบ Class B และใช้สองแอดเดรส ตระกูลโมดูลอ่านค่า — เลือกตัวไหนเมื่อไหร่ ทั้งสามตัวอ่านหน้าสัมผัสแห้งเหมือนกัน ต่างกันที่จำนวนวงจร คลาส และขนาด FMM-1 วงจรที่อ่านได้ 1 วงจร คลาสวงจร Class A / B ใช้แอดเดรส 1 แอดเดรส ตัวมาตรฐาน ใช้ได้เกือบทุกงาน FMM-101 วงจรที่อ่านได้ 1 วงจร คลาสวงจร Class B เท่านั้น ใช้แอดเดรส 1 แอดเดรส ตัวเล็กพิเศษ ยัดในกล่องอุปกรณ์ได้ FDM-1 วงจรที่อ่านได้ 2 วงจรแยกกัน คลาสวงจร Class B ใช้แอดเดรส 2 แอดเดรส อ่าน 2 จุดใกล้กัน ประหยัดกล่อง ต้องการ Class A → มีแค่ FMM-1 · ที่ติดตั้งแคบมาก → FMM-101 · อ่าน 2 จุดใกล้กัน → FDM-1
เทียบโมดูลอ่านค่า FMM-1, FMM-101 และ FDM-1

ข้อที่มักเป็นตัวตัดสินคือ Class A — ถ้าข้อกำหนดของงานระบุ Class A จะเหลือทางเลือกเดียวคือ FMM-1 เพราะอีกสองตัวรองรับเฉพาะ Class B

Class A กับ Class B ต่างกันตรงไหน

ความต่างคือเรื่อง “ทนสายขาดได้ไหม”

ผลของสายขาดหนึ่งจุดบนวงจรแบบ Class B และ Class A ผังสองส่วน ส่วนบนเป็น Class B เดินสายไปทางเดียว เมื่อสายขาดอุปกรณ์ทุกตัวถัดจากจุดขาดใช้งานไม่ได้ ส่วนล่างเป็น Class A วนสายกลับเข้าตู้อีกด้าน เมื่อสายขาดตู้ยังป้อนจากอีกด้านได้ อุปกรณ์ทุกตัวจึงยังทำงาน สายขาด 1 จุด — Class B กับ Class A ต่างกันตรงนี้ Class B — เดินไปทางเดียว ไม่วนกลับ ตู้ สายขาด ทุกตัวหลังจุดขาดใช้งานไม่ได้ Class A — วนกลับเข้าตู้อีกด้าน ตู้ OUT / IN สายขาด ตู้ป้อนจากอีกด้าน — อุปกรณ์ทุกตัวยังทำงาน Class A ใช้สายมากกว่าและเดินยากกว่า แต่ทนสายขาดหนึ่งจุดได้ — งานที่ข้อกำหนดระบุ Class A จะเลือกแทนกันไม่ได้
ผลของสายขาดหนึ่งจุดบนวงจรแบบ Class B และ Class A

Class A ต้องเดินสายวนกลับมาที่ต้นทางอีกด้าน ใช้สายมากกว่าและติดตั้งยากกว่า แต่สายขาดหนึ่งจุดแล้วอุปกรณ์ทุกตัวยังทำงานได้ ส่วน Class B เดินง่ายกว่าและถูกกว่า แต่สายขาดที่ไหนก็เสียทุกอย่างที่อยู่หลังจุดนั้น

เลือกแทนกันเองไม่ได้: ถ้าแบบหรือข้อกำหนดของงานระบุ Class A มาแล้ว การเปลี่ยนไปใช้ Class B เพื่อประหยัดจะทำให้งานไม่ผ่านการตรวจ ต้องยืนยันกับผู้ออกแบบก่อนเสมอ

เมื่อไหร่ควรใช้ FDM-1

FDM-1 อ่านได้ 2 วงจรแยกกันในตัวเดียว แต่กินแอดเดรส 2 ตัว เพราะตู้ต้องแยกออกว่าวงจรไหนทำงาน จึงไม่ได้ช่วยประหยัดความจุลูป

สิ่งที่ประหยัดคือพื้นที่ติดตั้งและค่าแรง — แทนที่จะติดกล่อง 2 กล่อง เดินสาย 2 ชุด ก็จบในกล่องเดียว เหมาะกับกรณีที่จุดที่ต้องอ่านอยู่ใกล้กันมาก เช่น

  • วาล์วควบคุมที่มีทั้ง tamper switch และ waterflow switch อยู่จุดเดียวกัน
  • ตู้ระบบอื่นที่ส่งสัญญาณออกมา 2 เส้นจากตู้เดียวกัน

ถ้าสองจุดอยู่ห่างกัน การใช้ FMM-1 สองตัวมักคุ้มกว่า เพราะไม่ต้องลากสายยาวมารวมที่จุดเดียว

FMM-101 ใช้ตอนไหน: เมื่อไม่มีที่ให้ติดกล่องโมดูลแยก ตัวมันเล็กพอที่จะใส่ไว้ในกล่องของอุปกรณ์ปลายทางได้เลย แลกกับการรองรับเฉพาะ Class B

คำถามที่ช่างถามบ่อย

FMM-1 กับ FMM-101 ต่างกันตรงไหน

หน้าที่เหมือนกันคืออ่านหน้าสัมผัสแห้งหนึ่งวงจร ต่างกันที่ FMM-101 ตัวเล็กกว่ามากจนใส่ในกล่องอุปกรณ์ได้ แต่รองรับเฉพาะ Class B ส่วน FMM-1 รองรับทั้ง Class A และ Class B

FDM-1 ช่วยประหยัดแอดเดรสไหม

ไม่ช่วย เพราะ FDM-1 ใช้สองแอดเดรสอยู่ดี เนื่องจากตู้ต้องแยกได้ว่าวงจรไหนทำงาน สิ่งที่ประหยัดคือพื้นที่ติดตั้งและค่าแรงเดินสาย เพราะรวมสองวงจรไว้ในกล่องเดียว

งานที่ระบุ Class A ใช้ FMM-101 ได้ไหม

ไม่ได้ เพราะ FMM-101 รองรับเฉพาะ Class B ถ้าข้อกำหนดของงานระบุ Class A ต้องใช้ FMM-1 เท่านั้น

Class A กับ Class B เลือกเองได้ไหม

ขึ้นกับข้อกำหนดของงาน ถ้าแบบระบุ Class A มาแล้วต้องทำตาม เพราะเป็นเรื่องความทนทานต่อสายขาด การเปลี่ยนไปใช้ Class B เองเพื่อประหยัดจะทำให้งานไม่ผ่านการตรวจ

อ่านต่อในเรื่องเดียวกัน

สั่งซื้อสินค้าที่พูดถึงในหน้านี้

โมดูลตรวจสอบสัญญาณ Dry-Contact (Monitor Module) FMM-1 (Control Module)
Fire Safety
ตู้ควบคุมแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm Control Panel)

โมดูลตรวจสอบสัญญาณ Dry-Contact (Monitor Module) FMM-1 (Control Module)

1,590 บาท
ดูสเปก
โมดูลตรวจสอบสัญญาณขนาดเล็ก (Mini Monitor Module) FMM-101 (Control Module)
Fire Safety
ตู้ควบคุมแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm Control Panel)

โมดูลตรวจสอบสัญญาณขนาดเล็ก (Mini Monitor Module) FMM-101 (Control Module)

1,390 บาท
ดูสเปก
โมดูลตรวจสอบคู่ (Dual Monitor Module) FDM-1 (Control Module)
Fire Safety
ตู้ควบคุมแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm Control Panel)

โมดูลตรวจสอบคู่ (Dual Monitor Module) FDM-1 (Control Module)

2,000 บาท
ดูสเปก